Wonderful Trip in Germany – Austria – Prague (4)

On มกราคม 18, 2011 by admin

เข้าสู่เช้าวันที่ 4 แล้วค่ะ วันนี้จุดหมายของเราคือการมุ่งหน้าสู่ เชสกี้ ครุมลอฟ (Ceske Krumlov) และปิดท้ายด้วยการท่องเที่ยวในกรุงปราก ดูแล้ววันนี้หนทางยังอีกยาวไกลนัก ดังนั้นเรารีบออกเดินทางกันดีกว่่าค่ะ

แต่ถึงแม้จะรีบซักแค่ไหน ก็ไม่มีทางพลาดเก็บภาพหน้าโรงแรมซะก่อน จริงๆ สาเหตุหนึ่งที่ส้มมักถ่ายรูปกับป้ายสถานที่ก็ไม่ใช่อะไรค่ะ กลัวลืมว่าที่นั่นมันที่ไหน แล้วจะนำข้อมูลมาเขียนในเว็บไม่ได้นั่นเอง…

แต่ก่อนที่เราจะไปเชสกี้ คลุมลอฟ ขอแวะเที่ยวที่ “จตุรัสกลางเมือง” (Otakar II Square) จตุรัสที่เรียกได้ว่ามีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งในเชค แต่คณะเราคงเป็นคณะที่โชคดีมั่กกกกก เพราะไปที่ไหนที่นั่นก็ปิด จากที่เคยมีการแสดงหรือเอกลักษณ์อะไรให้ดู พอวันที่เราไปก็ไม่มีซะงั้น และที่นี่ก็เช่นเดียวกันค่ะ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Samsom’Fountain) เค้าเปิดกันทุกวี่ทุกวัน แต่พอเราไป “ปิด” !!!! แหม.. ชั่งเลือกวันปิดเนอะ

เดินๆๆๆ ไปจตุรัสกันครับพี่น้อง

บรรยากาศระหว่างทาง

เอาว่ะ!! ชั่งมัน ชั่งเผือก ชั่งแห้วเถอะ ถึงไม่มีน้ำพุอะไรนั่น ชั้นก็สนุกของชั้นได้แ้ล้วกันน่า วิวอย่างอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะจะกลัวอะไร เราก็บรรเลงถ่ายภาพอย่างอื่นก็ได้ ไม่ง้อหรอก ชิ!!   ช่วงเวลาที่เราไปถึงยังเช้าอยู่ร้านรวงต่างๆ จึงยังไม่เปิดให้บริการค่ะ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะคนจะได้ไม่เยอะมาก ถ่ายรูปกันได้ครื้นเครงทีเดียวค่ะ

ถึงแล้วจตุรัสกลางเมือง  (Otakar II Square)

สถาปัตยกรรมสวยๆ


ขอถ่ายรูปกับพี่ๆ หน่อยนะค่ะ

ฮือออ…น้ำพุศักดิ์สิทธิ์จ๋า ทำไมไม่เปิดง่า –“

อุ้ย มีร้านขายของไทยอยู่ด้วย สวัสดีจ้า^^

ถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็ได้เวลาเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำไปที่เชสกี้ ครุมลอฟค่ะ เดิมทีที่นี่ใช้ชื่อว่า Crhumbenows (ค.ศ.1253 – 1938) ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันแปลว่า ที่ราบลุ่มอันคดโค้ง และภาพที่เห็นก็เ็ป็นดังชื่อจริงๆ ค่ะ เพราะว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยแม่น้ำสายเล็กๆ เห็นภาพตรงหน้าก็อดชื่นชมผู้คนที่นี่ไม่ได้ค่ะ ที่ร่วมไม้ร่วมมืออนุรักษ์โบราณสถานและสถาปัตยกรรมเหล่านี้ไ้ว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงว่าเมืองนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1992

แล้วเราก็มาถึง เชสกี้ ครุมลอฟ (ดูแผนที่กันก่อน)

ทางเข้าเชสกี้ ครุมลอฟ

มาที่เชสกี้ ครุมลอฟ เราๆ ท่านๆ จะได้สัมผัสกับความน่ารัก และสีสันที่สดใสของสถาปัตยกรรมต่างๆ ค่ะ หลังคาบ้านเรือนทั้งหลังเล็กหลังน้อยจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีส้มเรียงรายกันราวกับเรากำลังหลงเข้าไปอยู่ในเมืองของตุ๊กตา ถนนสายเล็กๆ ที่นำเราลัดเลาไปตามเส้นทางต่างๆ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังย้อนกลับไปในยุคสมัยที่ตึกรามบ้านช่องที่นี่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ เรียกได้ว่าใครบ้าถ่ายรูปล่ะก็ ที่นี่ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ ส้มคอนเฟิร์ม!!

หน้าทางเข้า

พอผ่านพ้นประตูเข้ามา ก็พบกับวิวสวยๆ แบบนี้จ้า

เลือกช็อปมุมถ่ายภาพได้เลยค่ะ


ที่เชสกี้ ครุมลอฟ ทำให้ส้มได้ภาพมาหลายสิบรูปเลยค่ะ ถึงขั้นเลือกไม่ถูกว่าจะไปถ่ายมุมไหนก่อนดี แต่ก็เสียดายที่เดินได้ไม่ทั่ว เห็นบางคนขึ้นไปบนปราสาทแล้วถ่ายภาพมุมสูง แปลกตามา อดอิจฉาไม่ได้เลยค่ะ แต่ก็เอาเถอะแค่นี้ก็จุใจแล้วค่ะ ถ่ายรูปเพลินไปหน่อยมองนาฬิกาอีกทีก็ได้เวลาทานข้าวกลางวันแล้ว วันนี้เราฝากท้องไว้ที่ภัตตาคารอาหารจีนเช่นเดิม แล้วหลังจากกระเพาะได้รับสิ่งหล่อเลี้ยงไปเต็มที่แล้ว เราก็เดินทางกันต่อไปที่ >>>กรุงปราก

ภาพสุดท้ายก่อนออกจาก เชสกี้ ครุมลอฟ


ก่อนอื่นขอเกริ่นข้อมูลของกรุงปรากซักนิดซักหน่อยนะค่ะ >>> กรุงปราำก เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคค่ะ ตั้งอยู่ริ่มฝั่งแม่น้ำวัลตาวา ซึ่งในอดีตเป็นดินแดนแห่งความรุ่งเรืองของแคว้นโบฮีเมียนเลยทีเดียวล่ะ ถ้าเราไปกรุงปรากสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอันขาดคือ สะพานชาร์ลที่ 4 สะพานที่เก่าแก่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1316 (เก่าได้อีกอ่ะ) สะพานนี้เรียกได้ว่าทั้งสวยงามและอลังการเลยค่ะ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิก และยังมีเหล่ารูปปั้นของนักบุญประดิษฐานกว่า 26 องค์ รวมไปถึงรูปหล่อบรอนซ์ของนักบุญจอห์น เนโปมุก (John Nepomuk) ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวปรากและเชื่อว่า ถ้าใครได้สัมผัสรูปหล่อของนักบุญองค์นี้แล้วจะมีโชค เอ้าาาาา… มาสัมผัสกันเร๊วววววว พี่น้องชาวไทย

ภาพแรกที่เห็นในกรุงปราก คือตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมั่ก (ถ้าไม่มีไอ้พวกขีดเขียนฝาผนังจะดีกว่านี้ด้วย)

รถรางในกรุงปราก

สวนสาธารณะ

กรี๊ดมาก เห็นต้นแอ๊ปเปิ้ลของจริงๆ \\**//


ระหว่างที่เราเดินชมความสวยงามของตัวสะพานแล้ว เรายังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำ แถมยังได้กระทบไหล่กับนักดนตรีหรือจิตรกรที่มานำเสนอผลงานบนสะพานแห่งนี้ ถ่ายรูปไ้ป ชมงานศิลป์ไป แหม! สุขใจจริงเว้ย

มาถึงแล้วสะพานชาร์ลที่ 4 แล้วคร้าบบ

เหล่านักบุญ

จิตรกรข้างถนน แต่ฝีืมือไม่ใช่เล่นๆ นะจ๊ะ

หลังจากที่เราเดินข้ามสะพานชาร์ลที่ 4 มาแล้ว เดินแบบเรื่อยๆ เรียงๆ ก็จะเป็นทางที่จะมุ่งหน้าสู่จตุรัสเมืองเก่า สตาเรมสโต (Old Town Square) อันเป็นที่ตั้งของวิหารทีน (Church of  Our Lady Before Tyn) ซึ่งบริเวณนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยอาคารและวิหารเก่าแก่อายุราว 600 – 700 ปี เชียวค่ะ (เอ้า.. ใครเกิดทันโปรดยกมือขึ้น 555) แถมจตุรัสแห่งนี้เราจะได้พบกันหอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical clock) ที่ทุกๆ ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์  (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบนหอคอย และด้วยความโชคดีอีกเช่นเดิมทำให้ส้มมองไม่เห็นอะไรเหล่านั้นเลยค่ะ –” แต่ยังไม่เสียเีที่ยวจนเกินไปเพราะยังได้ยินเสียงเพลงบรรเลงเพราะๆ ดังมาจากบนหอคอย \**/

มาถึงจตุรัสแล้วก๊าบ เห็นหอนาฬิกาแล้วด้วย

บริเวณรอบๆ จตุรัส นอกจากเราจะไ้ด้สัมผัสตึกรามบ้านช่องที่สวยงามแล้ว เรายังสามารถเดินช็อปปิ๊งแถวนั้นได้อีกด้วยค่ะ เพราะว่ามีร้านค้าทั้งที่ขายของที่ระลึก , สินค้าแบรนด์เนม หรือจะเป็นขนม นม เนย แบบพื้นเมือง ก็มีให้เลือกสรรกันแบบที่เีรียกว่า เงินอาจลอยระลิ่วไปอย่างง่ายดายเลยล่ะค่ะ

นักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่เลย

เลือกละลายทรัพย์ร้านไหนดีเอ่ย

วันนี้ดีใจสุดๆ ในรอบ 4 วันที่เดินทางมาอยู่ที่ยุโรป คือ มื้อเย็นวันนี้เีราจะได้ทานอาหารไทยกันแล้ว โคตรคิดถึงเลย อุ้ย!! แอบหยาบคา่ยไปป่ะเนี๊ยะ อิอิ แต่คิดถึงจริงๆ นะค่ะ ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะรักอาหารไทยได้มากขนาดนี้ ถึงแม้รสชาติอาหารไทยในกรุงปรากจะไม่ได้อร่อยจัดจ้านแบบบ้านเรา แต่ก็ยังดีที่ได้ทานอาหารไทยๆ ทั้งแกงเขียวหวาน ไข่เจียว หรือแม้แต่อาหารที่ตอนอยู่เมืองไทยบอกกันว่า “สิ้นคิด” อย่างผัดกระเพาหมูสับ ส้มยังกินแบบซะใจเลยค่ะ 😛

กินอิ่มแล้ว คณะก็ต้องหอบร่างกายและกระเพาะที่หนักไปด้วยอาหารกลับสู่ที่พัก วันนี้เราได้พักกันในเมืองเลยค่ะ พักที่ Ibis Old Towe Prague Hotel เป็นคืนแรกที่ได้พักในเมือง เลยทำให้มีโอกาสได้ไปเดินท่องราตรี และสิ่งที่ไม่คาดฝันกับทริปการย่ำราตรีก็เกิดขึ้น เพราะว่าหมู่คณะที่ร่วมชะตากรรมทั้ง 12 คน “หลงกรุงปรากกกกก”

บรรยากาศยามค่ำคืน


จากที่มุ่งหวังเพียงแค่จะไปเดินดูจตุรัสในยามค่ำคืนซักนิดซักหน่อยก่อนกลับมาพักอย่างสบายใจ คดีกลับพลิก!! เพราะว่าเราออกเดินทางชมเมืองตอน 2 ทุ่ม แต่กว่าจะกลับสู่ที่ัพักได้เวลาก็ปาเข้าไป 5 ทุ่ม ~_~”   3 ชั่วโมงเต็มกับการชื่นชมปราก ขอบอกเลยว่าประสบการณ์ในครั้งนี้ ส้มจะไม่มีวันลืม แต่ก็ดีนะค่ะ เพราะส้มคิดว่าคงน้อยคนที่ได้เจออะไรแบบนี้ มันก็ทำให้เราเห็นบ้านเมืองของเขาในรูปแบบใหม่ๆ นอกเหนือจากที่ทัวร์พาไปค่ะ ><

3….ชั่วโมงผ่านไป เราก็หอบร่างกายอันบอบช้ำ 555 กลับมาที่โรงแรมจนได้ แล้วคืนนี้หนูขอลาไปก่อน พร้อมกับนอนอย่างชนิดที่เรียกได้ว่า “หลับเป็นตาย” คร้าบบบ

ปิดท้ายด้วยโฉมหน้าผู้โชคดีได้ท่องกรุงปรากยามค่ำคืนแล้วกันเน้อ ^^”

แล้วพบกับใหม่กับวันสุดท้ายที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนนะจ๊ะ ไบ๋ บายยยยยย…..

ลิ๊งค์ Part 5 https://www.i-som.com/?p=789

ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ www.facebook.com/ISomThailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น