“Hokkaido Road Trip” ญี่ปุ่นรอบนี้พาครอบครัวไป Happy ที่ฮอกไกโด (Part 1)

On เมษายน 25, 2017 by admin

ปก 2

 

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย…. เวลาที่จะได้ไปลั๊นลาพาครอบครัวขับรถเที่ยวที่ “ฮอกไกโด” (Hokkaido) ประเทศญี่ปุ่น ส้มรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลาได้ออกเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าใกล้หรือไกล เราฟินหมด (555) ทริปนี้พวกเราพกกระเป๋าเดินทางได้ไม่เยอะค่ะ จำกัด 1 คู่ต่อกระเป๋า 1 ใบ (ไซส์ 26 นิ้ว) เพราะพื้นที่รถมีจำกัด (ต้องเผื่อสัมพารกงอกระหว่างทาง) แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะเสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อนน้อยนิดเดียว มีพื้นที่ให้ใส่ขนมจากญี่ปุ่นได้อีกเยอะ แต่ถึงกระนั้นก็พกกระเป๋างอกแบบที่พับรอในกระเป๋าใหญ่ไปเผื่อด้วยก็ดีนะคะ อ่ะ เม้าส์มาเยอะแล้ว ไปเที่ยวกันดีกว่าจ้า

ครอบครัวส้มเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670 (23.45-08.30+) การบริการก็ได้มาตรฐาน กินๆ หลับๆ ตื่นๆ แป๊บเดียวก็ถึงสนามบิน New Chitose Airport เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ ได้สัมผัสลมพัดมาแล้วฟินมาก อากาศกลางเดือนกรกฎาคมบนเกาะเหนือแห่งนี้ชั่งเย็นสบายเหลือเกิน

ปล.1 รีวิวนี้รูปเยอะมว๊ากกก

 1

 

วันแรกของการเดินทาง : สนามบิน New Chitose , รับรถเช่า , เที่ยวเมือง Furano- Biei และแช่ออนเซ็นที่  Sounkyo Onsen

โดเรม่อน-โนบิตะจ๋า เค้ามาหาแล้วนะ

หลังจากผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็ได้เวลาไปหาโดเรม่อนนนนนนน เย้ๆ โนบิตะจ๋าชิซูกะมาหาแล้ว (ใช่หรา) เปิดทริปนี้ด้วยการพาเพื่อนๆ ย้อนวัยมาเป็นเด็กที่ Doraemon Wakuwaku Sky Park” ขอย้ำว่าห้ามพลาดนะจ๊ะ เพราะมันตั้งอยู่โซน Smile Road ฝั่ง Domestic ในสนามบินนี่เอง (ไปไม่ถูกสอบถามเจ้าหน้าที่ Information Center ได้จ้า)

1.1

 

สาเหตุที่ต้องเที่ยวที่นี่ก่อนไปรับรถเพราะว่าไฟล์ทกลับเมืองไทยช่วงเช้า แต่ Doraemon Wakuwaku Sky Park เปิดตอน 10.00 น. เลยจำเป็นต้องเที่ยวให้เรียบร้อยตั้งแต่วันมาถึง แล้วรับรถช้าลงหน่อย ซัก 10.30 น. แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดค่ะ แผนยังดำเนินไปอย่างราบรื่น

เเค่เห็นด้านหน้าก็ตื่นเต้นแล้ว

2

ราคาค่าเข้า สามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติเลยจ้า

3

5

ได้ตั๋วมาแล้วววว

9

 

ที่นี่ชั่งเหมาะกับคนที่รักการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆ เพราะมีตัวการ์ตูนในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโดเรม่อน โนบิตะและเหล่าผองเพื่อนในฉากต่างๆ ทั้งแบบธรรมดาและ 3 มิติ ส้มและครอบครัวถ่ายรูปเพลินแบบไม่สนใจอายุกันเลยค่ะ ดี๊ด๊าเหมือนเด็กกันใหญ่ คนที่มีกระเป๋าเดินทางก็เข็นเข้ามาได้เลยนะคะ เจ้าหน้าที่อนุญาตค่ะ อาจจะเกะกะนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา (ส้มลองหาตู้ล็อกเกอร์ใส่กระเป๋าแล้วมีแต่ตู้เล็ก)

ระหว่างรอเคาน์เตอร์เปิด ก็เก็บภาพบรรยากาศด้านนอกไปเรื่อย

6

เข้ามาแล้ว… อย่าได้เกรงใจเมมโมรี่การ์ด ถ่ายไปเรื่อยๆ เอาให้คุ้มครับท่านผู้โชมมม

10

10.2

14.1

10.1

10.4

ต้องเวอร์เข้าไว้ (ใช่หราาา)

11

10.3

13

 

นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บริการอาหารและเครื่องดื่ม และร้านขายของที่ระลึกธีมโดเรมอนด้วยนะ คืออยากอุดหนุนมาก เงินในกระเป๋าสั่น แต่เช้าเกินร้านยังไม่เปิด (เศร้าแป๊บ)

โอ๊ย ต่อมอยากกินกำเริบ

7

8

7.1

 

ก่อนออกจากโซนด้านใน เค้ามีเซอร์ไพร์สให้ผู้เข้าชม โดยมีโดเรม่อนออกมาเต้นๆ และให้เราถ่ายรูปด้วย ถ้าอยากได้รูปสามารถซื้อได้ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เลยค่ะ

กรี๊ดๆๆๆ

15.1

บ้านเรามีหรือจะพลาด เก็บไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย

1.2

เพื่อนๆ สามารถซื้อสมุดสะสมแสตมป์ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ได้เลยค่ะ

15

 

ส่วนของ Doraemon Wakuwaku Sky Park เปิด 10.00 – 18.00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่คนละ 800 เยน , เด็ก 400 – 500 เยน ซื้อบัตรได้ที่ตู้อัตโนมัติ (ระหว่างรอเปิดก็เดินช้อปปิ้งไปพลางก่อนได้ ร้านค้าเพียบ)

ข้อมูลสนามบิน New Chitose: http://www.new-chitose-airport.jp/en/

 

ไปรับรถเช่า เพื่อลุยเที่ยวฟุราโน่และบิเอะ

เคาน์เตอร์บริษัทรถเช่าจะอยู่ชั้นล่างสุด ตอนที่เราไปไม่มีพนักงานอยู่เลย (คงเช้าเกิน นางยังไม่ตื่น) เลยขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของ Information Center โทรหาบริษัทรถเช่าให้ บอกว่าพวกเรามาถึงแล้ว ส่งรถมารับด้วยนะจ๊ะ อาริกาโตะจริงๆ จ๊ะ (ของเราเช่าจากบริษัท Nippon Rent-A-Car)

รอได้ 10 นาทีรถก็มารับ ทั้งคันมีบ้านเรากะคนอื่นอีก 2 คน นั่งเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงสำนักงาน Nippon rent a car แล้ว (ไปถึงก็แชร์โลเคชั่นเผื่อไว้ขากลับตอนมาส่งรถหน่อยก็ดี เผื่อใช้ GPS ไม่รอด)

ยืนรถรถบริเวณนี้ค่ะ ซักพักนึงก็มีเจ้าหน้าที่มารับเรื่อง

17

นั่งสบาย กว้างขวาง

27

ถึงแล้วๆ

18

 

ตอนไปรับรถประมาณ 10.30 น. คนญี่ปุ่นเยอะมากๆ คนไทยอย่างเราก็ยืนเอ๋อ เพราะหาตู้กดบัตรคิวไม่เจอ เลยได้แต่ชะโงกหน้า ส่งสายตาเว้าวอนอยู่พักใหญ่ ถึงมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่สปีค English ได้มาให้บริการ หลังจากยื่นเอกสารทำความเข้าใจเรื่องการใช้รถ ซื้อประกันการเดินทางเพิ่มเติม รับเอกสารต่างๆ นานา และสำคัญสุดคือจ่ายเงิน ก็ได้เวลายลโฉมพาหนะคู่ใจตลอดทริปนี้กันแล้ว

สำนักงานรถเช่า ที่เห็นนี่คือตอนคืนรถนะคะ เช้าอยู่เลยยังไม่มีลูกค้า

23

หลังจากทำความเข้าใจเรื่องกฎกติกาการเช่ารถ ก็จ่ายเงินให้เรียบร้อย จะได้ใบเสร็จแบบนี้มาค่ะ

24

คู่มือการใช้รถมีมาเป็นเล่มเลย

21

 

เราได้รถมินิแวนของ Nissan ไม่รู้รุ่นอะไร ตอนแรกคิดว่าจะได้ Toyota ALPHARD เพราะตอนจองเห็นเป็นรูปรุ่นนั้น พอเป็นของนิสสันที่เก็บของด้านหลังมันเล็กกว่านิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร พับเบาะหลังเท่านั้นที่เราต้องการ (555)

พาหนะคู่ใจตลอดทริปของพวกเรา

20

 

เจ้าหน้าที่สอนวิธีใช้และอ่าน GPS และให้เราตรวจสอบว่ามีรอยอะไรที่รถมั้ย ถ้ามีให้แจ้งเค้าได้เลย ถ้าเจอแล้วไม่แจ้ง กลับมาเจอตอนส่งรถนี่เราอาจโดนค่าปรับบานนะจ๊ะ เพราะเค้าจะคิดว่าเราเป็นคนทำ (เอาแว่นขยายไปได้ต้องใช้นะ อุ๊ย เค้าพูดเล่น อิอิ) ในที่สุดก็ได้เวลาออกเดินทางไปสู่โลกกว้างกันแล้ววววว

สำหรับวิธีการใช้ GPS ก็แค่กรอกเบอร์โทรหรือ Mapcode ของสถานที่นั้นๆ แล้วกดค้นหา ระบบจะแสดงเส้นทางให้เราเสร็จสรรพ คนขับมีหน้าที่ไปตามนั้นโลด ใครอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการขับรถ สามารถอ่านได้จากรีวิวแรกได้เลยนะคะ อ่ะ ใจดีแปะลิ๊งค์ไว้ให้ และใจดีสองต่อด้วยการเอา Mapcode ที่บริษัทเช่ารถให้มา สแกนแจกเพื่อนๆ ซะเลย (น่ารักที่สุด ปรบมือ เอิ่ม ชมตัวเองแบบนี้ก็ได้หรอ)

“Hokkaido Road Trip” ญี่ปุ่นรอบนี้พาครอบครัวไป Happy ที่ฮอกไกโด (ว่าด้วยเรื่องการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น) : http://www.i-som.com/?p=4481

Mapcode สถานที่ต่างๆ บนเกาะฮอกไกโด : Mapcode Hokkaido

GPS ถูกตั้งค่าให้เป็นภาษาอังกฤษ ใช้ง่ายมากค่ะ

19

19.1

มีรถจอดรอคนมาเช่าอีกเพียบเลยค่ะ

26

 

จุดหมายต่อไปสระมรกต (Blue pond) เมืองบิเอะ

สถานที่แรกที่ตั้งใจจะไปเยือนคือสวนดอกไม้คามิฟูราโน่ Flowerland Kamifurano เมืองฟุราโน่ (Furano) แต่ด้วยวันแรกใช้เวลาขับรถค่อนข้างนานเพราะยังไม่ชิน ต้องไปช้าๆ ไม่กล้าซิ่งเหมือนอยู่ไทย เลยตัดใจมุ่งหน้าไปที่หมายใหม่นั่นคือ สระมรกต (Blue pond) ที่ตั้งอยู่เมืองบิเอะ (Biei) แทน ระหว่างทางเจอจุดแวะพักเล็กๆ ข้างทาง เห็นมีสัญลักษณ์ P และรูปจานช้อนส้อม เลยคิดว่ามีร้านอาหารแน่ เลยเลี้ยวเข้าไปกินข้าวเที่ยงกันก่อนค่ะ

การขับรถเที่ยวก็ดีแบบนี้แหละ อยากแวะไหนก็แวะได้ตามใจ หิวก็แวะ ปวดฉี่ก็แวะ อยากช้อปก็ยิ่งแวะ สบายตัวเป็นที่สุด เที่ยวกับผู้ใหญ่ส้มคิดว่าควรทำกำหนดการหลวมๆ หน่อย อย่าอัดที่เที่ยวเยอะ วันนึง 2 -3 แห่งกำลังดี และต้องเป็นแพลนที่ยืดหยุ่นได้ด้วยนะคะ (หรือมีแผนสำรอง) เพื่อเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์

มื้อแรกกับทริปฮอกไกโด ที่จุดแวะพักรถเล็กๆ ข้างทาง อาหารอร่อยราคาประหยัดด้วยค่ะ

30

 

หลังจากเติมพลังแล้วเราก็ขับรถต่อ เพื่อหวังว่าชั้นจะไปสระมรกตซักที ระหว่างทางก็ตลอดชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ เพลินมากค่ะ คือมันคนละความรู้สึกกับใช้บริการขนส่งสาธารณะนะ เพราะเราได้พูดคุยกันในรถสนุกสนาน บอกเลยว่าแค่ได้นั่งชมวิวก็คุ้มแล้ว

บ้านเรือนที่ฮอกไกโดดูแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ที่ส้มเคยเห็น บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรปเลยอ่ะ ดอกไม้ที่แข่งกันออกดอกเบ่นบานหน้าบ้าน ริมทาง ช่วยเสริมให้ฮอกไกโดสวยมากขึ้นไปอีกสองเท่า โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ ทริปนี้ถูกใจคุณแม่ เพราะท่านชื่นชอบดอกไม้สุดๆ ค่ะ

ก่อนจะไปถึงจุดหมายที่แท้จริงก็ เอ๊!! กับสถานที่นึงที่แสนสะดุดตา นั่นคือ “Farm Tomita Lavender East” แม่เจ้า งามมากค่ะ ดอกลาเวนเดอร์บานสะพรั่งสุดลูกหูลูกตา สีม่วงขึ้นตาเลยอ่ะ นี่สินะที่มาขอคำว่า “โลกสวย” (แหะๆ) งานดีแบบนี้แต่ฟรีนะจ๊ะ ได้ชื่อว่าฟรีจะขับเลยไปก็กระไรอยู่ แวะหน่อยแล้วกันเนอะ

เห็นอาคารแบบนี้ โปรดอย่าเลยผ่านไป จอดเถอะค่ะ  please

30.1

อะไรจะสวยได้ขนาดนี้ คุณแม่เป็นปลื้มค่ะทริปนี้

32

31

ซะหน่อยเนอะ

32.1

 ภาพมุมสูง

33

 

มาถึงทุ่งลาเวนเดอร์ชื่อดังแห่งเมืองฟุราโน่ มีหรือจะพลาด “ไอศกรีมรสลาเวนเดอร์” ภาพแรกที่เห็นคือสีสวยน่าลิ้มลองสุดๆ ตัดฉับมาหลังจากกัดไป 1 คำ โอ้โห!! ตูกินน้ำหอมอยู่ชัดๆ…. ไม่ชินจริงๆ ค่ะ มันหอมนะ แต่มันหอมไป ออกไปทางฉุน กินไม่ไหว สุดท้ายคุณพ่อรับอาสาหม่ำจนหมดโคน แม้ไม่ถูกปากแต่อยากให้ลองค่ะ มาถึงถิ่นขนาดนี้แล้วมันต้องโดน

Farm Tomita Lavender East : Mapcode: 349-297-743

พรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์

33.1

 

อ่ะๆ เรื่อยเปื่อยนอกแผนมานานล่ะ ถึงเวลาต้องไป “สระมรกต” (Blue pond) จริงๆ ซักที เราใช้เวลาเดินทางนานใช่ย่อย ขับๆ ไปคิดว่าหลง มันเจอแต่ป่า (ที่เกาะไกโดนี่ป่าเยอะมากนะคะ อุดมสมบูรณ์สุดๆ) ป้ายภาษาอังกฤษไม่เห็นเลย หรือเรามาเส้นทางพิสดารเกินไปก็ไม่รู้ แต่จนแล้วจนรอดก็มาถึงจนได้….โอ้โห!!! มวลมหาประชาชนเยอะมากเจ้าค่ะ ที่คนทั่วเกาะมารวมกันอยู่ที่นี่หรือไร

เราต้องจอดรถไว้บริเวณลานจอดรถที่อยู่ด้านนอก แล้วเดินเข้าไปค่ะซัก 50-100 เมตร (มั้งคะ จำไม่ค่อยได้ล่ะ แต่ไม่ไกลเท่าไหร่) ระหว่างเดินก็จินตนาการภาพต่างๆ นานา เพราะดูจากรีวิวตามเว็บ pantip.com มาเยอะ คือในรูปมันปังมาก แต่เมื่อสระมรกตปรากฏอยู่ตรงหน้า ทุกคนพูดพร้อมกันว่า “เนี๊ยะนะ” ร้องไห้หนักมาก (T_T)

เดี๋ยวๆ มีอีกบ่อป่าว มีแบบที่ใหญ่กว่าบ่อนี้ม้างงง แต่เมื่อมองไปรอบๆ ก็ต้องทำใจว่าที่ชั้นเห็นนี่แหละ ถูกที่แล้ว!!! คือใจร้ายอ่ะ ในรูปไม่มีใครบอกว่าบ่อมันเล็กเท่านี้ ในรูปมันดูพาโน ดูยิ่งใหญ่ แต่ที่เห็นคือทางเดินแคบๆ คนเยอะๆ กับมุมถ่ายรูปที่พอมีว่างให้แทรกตัวก็น้อยเหลือเกิน น้ำฟ้าจริงค่ะ แต่มันไม่ฟิน มันไม่อลังอ่ะ สรุปใช้เวลาเที่ยว Blue pond ทั้งสิ้น 15 นาที นี่รวมเวลาถ่ายรูปและเดินไปกลับแล้วด้วยนะ (ขับรถมายังนานกว่านี้อี๊ก)

สระมรกต (Blue pond) : Mapcode: 349 568 888

ใจร้าย เธอน่ะใจร้ายรู้มั้ย

36.1

พอจะหาช่องว่างระหว่างต้นไม้ ที่จะถ่ายภาพคนกับสระมรกตได้น้อยมาก 

36.2

พยายามแต่งให้สวยสุดฤทธิ์

35

36

 

แช่ออนเซ็นให้ฟินที่โซอุนเคียว ออนเซน (Sounkyo Onsen)

เจ็บช้ำจากสระมรกตมา ต้องรีบรักษาด้วยการแช่ออนเซ็นด่วนๆ จริงๆ คือไม่อยากเที่ยววันแรกเยอะ กลัวพ่อแม่เหนื่อยซะก่อน เลยคิดว่าเข้าโรงแรมไปพักผ่อนดีกว่า

ที่พักสำหรับทริปฮอกไกโดคืนแรก ส้มเลือกมาที่โซอุนเคียว ออนเซน (Sounkyo Onsen) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง (Daisetsuzan National Park) ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวหลายจุด มีขึ้นเคเบิลคาร์ไปชมวิวด้านบนด้วยนะ แต่ส้มไม่ได้เดินเล่นเลยค่ะ เพราะมาถึงเย็นแล้ว เลยเข้าที่พักทันที

อยู่ตรงนี้ไง

16

15

 

จริงๆ ตั้งใจจะพักแถวสระมรกตหรือฟุราโน่ แต่ที่พักเต็มหมด (อดเบย) โรงแรมคืนแรกของเรามีชื่อว่า “Sounkyo Kanko Hotel” ห้องพักที่ได้เป็นเตียงคู่ (Twin Room) พอดีแบบเสื่อตาตามิเต็มหมดแล้ว แต่ก็นอนหลับสบายตลอดคืนนะคะ 

ด้านหน้าโรงแรม สามารถนำรถมาจอดได้ฟรีค่ะ

39

เว็บไซต์เป็นภาษาไทยด้วยนะ เอาใจฝุดๆ

10

ห้องพักของเรา

38

 

สำหรับออนเซ็นที่ Sounkyo Kanko Hotel  มีทั้งบ่อในร่ม และบ่อกลางแจ้งที่เป็นแบบรวมชาย-หญิง แต่เพื่อนๆ อย่าเพิ่งตกใจ ส้มไม่ได้ให้ใครไปแก้ผ้าให้เพศตรงข้ามดูแน่นอนจ้า (เพราะส้มก็ไม่กล้าหรอก 555) คือที่ประตูก่อนออกไปออนเซ็นรวมจะมีชุดให้ใส่ มีให้หลายไซส์ เลือกได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

ขอบคุณภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรม Sounkyo Kanko Hotel

13

12

11

14

 

ราคาที่ส้มจองเป็นแบบรวมอาหารเช้าและเย็นแล้วค่ะ ทั้งสองมื้อเป็นบุปเฟ่ต์ มีอาหารให้เลือกหลากหลาย มื้อเย็นมีขาปูเติมได้ไม่อั้นนะ พกน้ำจิ้มซีฟู๊ดไปด้วยจะดีมาก

ข้อเสียที่โรงแรมนี้คือ 1) ถ้าได้ห้องพักใกล้โซนห้องอาหาร จะมีกลิ่นอาหารบริเวณทางเดิน 2) มีนักท่องเที่ยวและทัวร์ลงเยอะ เวลาทานอาหารผู้คนแน่นห้องไปหมดเลยค่ะ 3) พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้มีน้อย อาจจะสื่อสารลำบากซักหน่อยค่ะ

Sounkyo Kanko Hotel:  Tel: 0165-85-3145 , 0165 85-3101 http://th.sounkyo-kankou.co.jp

 

วันที่สอง: ชมสวนดอกไม้ที่เมืองฟูราโน่-บิเอะ , แวะซื้อชีสเค้กแสนอร่อยที่ Furano Cheese Factory เข้าพักโรงแรมที่จองผ่านเว็บ airbnb

“Zerubu no Oka Flower Garden” จุดแวะพักรถสวยอลังจนต้องหยุดถ่ายรูป

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกเดินทางเที่ยวกันต่อ ที่แรกที่เราจะไปคือ “Zerubu no Oka Flower Garden” ได้ข้อมูลมาจากการดูรายการคุณอุ้ม มาจิเดะ เจแปน เห็นว่าที่นี่เป็นจุดแวะพักรถ แต่เค้าจัดสวนดอกไม้ได้อลังการเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้ นอกจากเดินชมดอกไม้ได้ฟรีแล้ว ยังมีบริการรถ ATV และรถนั่งชมบรรยากาศรอบๆ รวมถึงร้านค้าเล็กๆ ไว้คอยให้บริการด้วยนะคะ

Zerubu no Oka Flower Garden: เข้าฟรี / Mapcode: 389 071 595 / Tel: 0166-92-3160

 ภาพมารัวๆ

42

41

สู่ความเวิ้งว้างกันไกลโพ้น สวยสุดลูกหูลูกตา นี่จุดแวะพักรถจริงอ่ะ

40.1

42.1

 

“Shikisai-no-oka” สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ มีดอกไม้นานาพันธุ์

วันนี้ถือเป็นวันแห่งดอกไม้ จุดหมายต่อไปก็ต้องไม่พ้นเจ้าสิ่งนี้ นั่นคือ Shikisai-no-oka (สวนชิกิไซโนะโอกะ) สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่มีตุ๊กตาฟางเป็นสัญลักษณ์ สวนนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวเพียบค่ะ แต่ยังไงก็ขอให้มานะ เพราะสวนเค้าใหญ่จริง สวยจริง เพื่อนๆ ที่ไม่อยากเดินให้เมื่อย สามารถใช้บริการนั่งรถรางได้คนละ 500 เยน ตอนส้มไปดอกไม้ยังบานไม่หมด แต่ถือว่าประทับใจกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้แห่งนี้ไม่น้อยเลยค่ะ

เดินเล่น ถ่ายรูปเสร็จแล้ว อย่าลืมซื้อขนม ผลไม้ติดไม้ติดมือกลับด้วยนะจ๊ะ โดยเฉพาะน้ำเมล่อนหอมหวานและข้าวโพดสดๆ ฝักสีขาว ไม่น่าเชื่อว่าเราสามารถกินแบบไม่ต้มได้ แถมหวานอร่อยจนอยากซื้อกลับเมืองไทยซักลังนึง แต่ถ้าหิวจัดบนชั้นสองมีร้านอาหารบริการนะคะ

Shikisai-no-oka: เข้าฟรี /Mapcode: 349 701 160 / Tel: 0166-95-2758

เห็นอาคารแบบนี้มาไม่ผิดที่แน่นอน

42.2

สัญลักษณ์นี้ที่ใครมาก็อยากถ่ายรูปด้วย

54

ซื้อตั๋วนั่งรถรางชมดอกไม้ หรือจะเลือกรถกอล์ฟก็มีนะคะ

44

53

ใครชอบดอกไม้นะ ขอบอกว่านี่คือสวรรค์ (ของจริงสวยกว่านี้นะคะ แต่ส้มถ่ายไม่ค่อยเวิร์คเอง แหะๆ)

51

50

52

52.2

ซูมๆ

49

ของฝากที่แนะนำให้ลอง “น้ำเมล่อน” หอมหวานชื่นใจ และ “ข้าวโพดสดๆ” กินแบบไม่ต้องต้ม

55

 

“Farm Tomita” แลนด์มาร์คที่ต้องมา

“Farm Tomita” (ฟาร์มโทมิตะ) คือจุดหมายต่อมาของเรา ถ้าพลาดที่นี่เหมือนมาไม่ถึงฮอกไกโด ไฮไลน์คือทุ่งลาเวนเดอร์ เป็น Background ที่ควรค่าแก่การถ่ายรูป แม้จำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลมากที่สุดเท่าที่เจอมา แต่ก็ต้องพยายามแทรกตัว แทรกกล้องเข้าไปถ่ายรูปให้จงได้

Farm Tomita มีดอกไม้หลายแปลงเลยค่ะ ถ้าจะเดินดูให้ทั่วคงใช้เวลาพอสมควร แต่คณะเราอิ่มเอมกับสองสวนมาแล้ว บวกกับเริ่มเหนื่อย เลยเดินดูแค่นิดหน่อย นอกนั้นก็งานถนัดคือหาของกิน เริ่มด้วยน้ำลาเวนเดอร์โซดา อร่อยมาก ซู่ซ่าชื่นใจ ขวดสวยด้วย หลังจากดื่มไป 2 ขวด ยังซื้อกลับมากินที่ไทยอีก 2 ขวด อีกอย่างคือไอติมเมล่อน หอมอร่อยใช้ได้เลย (ลืมไอติมลาเวนเดอร์ทันที)

บริเวณรอบๆ มีร้านของฝากกระจายอยู่ทั่ว แต่เน้นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลาเวนเดอร์ แค่เดินเข้าร้านก็หอมชื่นใจแล้วล่ะ

Farm Tomita: เข้าฟรี / Mapcode: 349 277 672 / Tel: 0167-39-3939  http://www.farm-tomita.co.jp/en/

 คนเยอะแค่ไหนแต่ใจสู้ เพราะ “ดอกลาเวนเดอร์” มันสวยมาก

57

58

 

พรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์อีกรอบจ้า

57.1

56

มาชมดอกไม้อีกแปลง ขนาดยังบานไม่สุด แต่อลังการมาก

60

60.1

น้ำลาเวนเดอร์โซดา อร่อยมาก!!! ส่วนไอติมเมล่อนก็หอมดี

59

 

อยากกินขนมอร่อยต้องแวะ “Furano Cheese Factory”

“Furano Cheese Factory” เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากดอกไม้ เป็นร้านของกินขึ้นชื่อของฮอกไกโดกันบ้างนะคะ  ไหนๆ มาแหล่งนมและชีสแล้ว มีหรือจะพลาดของอร่อย ทั้งชีสเค้ก ชีสก้อน นมสด และซอฟครีม เด็ดดวงทุกอย่างค่ะ ที่ชั้นล่างมีสาธิตวิธีการทำชีสให้ดูด้วยนะ เรียกว่ามาที่เดียวครบทั้งช้อป ชิม ชิล และได้ความรู้

Furano Cheese Factory: Mapcord: 550 840 200Tel: 0167-23-1156

นี่แหละแหล่งรวมของอร่อย

60.2 

สาธิตวิธีทำชีส

60.3

นมสดและชีสเค้ก สินค้าขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโด

61

 

“Ningle Terrace” ช้อปปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ

มองนาฬิกาเวลายังเหลือเฟือ ส้มเลยพาครอบครัวไปช้อปปิ้งที่ “Ningle Terrace” (นิงเกิ้ลเทอเรส) อยู่ตรงข้ามโรงแรม New Furano Prince Hotel ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้า Handmade แต่ละร้านตั้งอยู่ท่ามกลางป่า อารมณ์กระท่อมไม้เล็กๆ น่ารัก ร้านค้ามีไม่มากนะคะ แต่คัดสรรสินค้าน่าสนใจ หาซื้อไม่ได้ทั่วไปมาวางขาย หลายร้านเจ้าของนั่งทำให้เราได้ชมเลยด้วย ส้มชอบบรรยากาศที่นี่มากค่ะ เดินเพลินสุดๆ

ปล.2 ส้มไม่ได้ถ่ายรูปด้านในร้านค้านะ เพราะส่วนใหญ่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพน่ะค่ะ

ปล.3 เพื่อนๆ คงสงสัยว่าทำไมวันนี้เที่ยวเยอะจัง กำหนดการไม่แน่นเกินไปสำหรับผู้ใหญ่หรอ ส้มต้องบอกว่าสถานที่แต่ละแห่งที่ส้มแวะในวันนี้ อยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง เลยแวะได้อย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ

 เพื่อนๆ ที่ชอบสินค้า Handmade ควรมานะคะ

61.1

62

นี่เรามาช้อปปิ้งรึเดินป่ากันแน่เนี๊ยะ บรรยากาศดี๊ดี

62.1

62.4

 

แวะซื้อเมล่อนสดๆ จากฟาร์มที่ร้านข้างทาง

ผลไม้ขึ้นชื่อช่วงฤดูร้อนของฮอกไกโด จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตะขบ!!! บ้าหรอ “เมล่อน” เฟ้ย!! ส้มขอนั่งยัน นอนยันว่าเมล่อนญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่ฮอกไกโด คือ The Best มันชั่งหวานอร่อยแตกต่างจากที่เรากินที่ไทยเหลือเกิน

หลังจากที่เราได้ลิ้มรสชาติอันหอมหวานของเจ้าผลไม้ชนิดนี้ ตั้งแต่วันแรกตอนที่กำลังขับรถไปสระมรกต จนทุกคนในทริปติดอกติดใจในรสชาติ เลยแน่วแน่ว่าขากลับจะต้องแวะกินอีกให้จงได้ และแล้วเราก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านเมล่อนข้างทางร้านเดิม ร้านที่เจ้าของฟาร์มปลูกเอง ขายเอง สดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ที่ส้มเห็นมีเมล่อนพันธุ์สีส้มและสีเขียวค่ะ อร่อยทั้งสองแบบ แต่บ้านเราชอบสีส้มมากกว่าค่ะ ลูกก็โต เนื้อก็หวานฉ่ำ หอมด้วย ราคายังน่ารักอีกตังหาก แค่ 1,500 เยน/ลูก ถ้าเป็นที่ไทยลูกใหญ่ขนาดนี้มีสิทธิ์แตะหลายพันนะคะ (แต่รสชาติไม่อร่อยเท่า คอนเฟิร์ม) เค้ามีบริการปอกให้กินที่ร้านด้วย ดีงามมาก

หลังจากทุกคนในทริปกินเมล่อนที่ฮอกไกโดแล้ว พวกเรามีอาการ “ลิ้นเสีย” อย่างหนักค่ะ พอกลับมากินเมล่อนที่ปลูกในเมืองไทย มันไม่อร่อยเหมือนที่เคยรู้สึก เลยได้แต่ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปฮอกไกโดอีกครั้ง จะไปกินเมล่อนให้ได้เลย

เพื่อนๆ ที่สนใจซื้อกลับไทย เค้ามีบริการแพ็คใส่กล่องแบบ 4-5 ลูกให้ด้วยนะคะ ใส่กล่องอย่างดี แน่นหนา แถมเลือกได้ด้วยว่าต้องการกินช่วงวันไหน ของเราจะกินอีก 1 สัปดาห์หลังจากนี้ เจ้าของเค้าก็เลือกให้เสร็จสรรพ กลับมานับถอยหลังรอ พอได้เวลาก็หั่นกิน อร่อยเหมือนกินที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ

ร้านเมล่อนเมืองฟุราโน่ (อยู่ข้างทาง) : Tel. 0167-42-3513 (ระหว่างทางมีร้านขายเมล่อนหลายร้านนะคะ เลือกซื้อได้ตามอัธยาศัยเลยจ้า)

ปล.4 ขากลับลองเเวะร้านอื่นแต่ราคาแพงกว่าร้านแรกที่เคยซื้อ แถมไม่สนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเราด้วย สุดท้ายเลยกลับมาอุดหนุนเจ้าเดิม แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ

 แตงโมรึอะไร ทำไมลูกใหญ่แท้

62.5

เมล่อน อร่อย หวาน หอมสุดๆ ต้องมากินให้ได้นะคะ

62.7

เห็นสีซีดๆ แบบนี้ แต่หวานมากนะคะ

62.6

ใครอยากไปซื้อที่ร้านเดียวกับส้ม เสิร์ช GPS จากเบอร์โทรเลยจ้า

62.8

 

โรงแรมเมือง TOMAMU จองจาก Airbnb

เป็นครั้งแรกที่ส้มตัดสินใจจองที่พักจากเว็บไซต์ https://th.airbnb.com/ หลังจากเคยอ่านรีวิวในเว็บไซต์ pantip.com มาก่อน ใจจริงก็กล้าๆ กลัวๆ กับการจองผ่านช่องทางนี้นะคะ แต่ด้วยความจำเป็นจากการหาโรงแรมว่างในเว็บ Agoda หรือ Booking.com ไมได้เลย (ลองถามจากเอเจนดังๆ แล้ว มีแต่ราคาโหดๆ จ่ายไม่ไหวจริงๆ ค่ะ)

เลยลองเข้ามาดูเว็บ airbnb เลยมาเจอห้องพักว่างที่ “Condominium in Resorts TOMAMU” (The village alpha) อยู่ในบริเวณเดียวกันกัน HOSHINO RESORTS TOMAMU มีสมาชิกใน airbnb ปล่อยเช่า โชคดีที่ว่างตรงกับวันที่เราต้องการเข้าพักพอดี (ก่อนและหลังวันนั้นเต็มหมด) ส้มงี้รีบจองเลย กลัวไม่มีที่ซุกหัวนอน (555)

และแม้ว่าจะไกลจากเมืองฟูราโน่พอสมควร แต่แลกกับการมีที่นอน ราคาไม่แพง เรายอมค่ะ

โรงแรมอยู่ที่นี่ค่ะ

30

19

 

การจองผ่าน airbnb เราต้องสมัครเป็นสมาชิกและกรอกข้อมูลของเราลงไปในเว็บไซต์ก่อนนะคะ หลังจากนั้นก็ติดต่อเจ้าของที่พักที่เราสนในจากระบบของเว็บไซต์ได้เลย ลองสอบถามวันว่าง หลักเกณฑ์การเข้าพักต่างๆ ได้ ถ้าตกลงก็จ่ายเงิน เราจะได้ใบคอนเฟิร์มส่งมาให้ทางอีเมล

จองผ่านเว็บนี้เลยจ้า

18

 

ด้วยความที่ที่พักเราเป็นการบริหารงานของโรงแรม จึงสะดวกกว่าการติดต่อเช่ากับบ้านพักทั่วไป แค่นำใบคอนเฟิร์มให้เจ้าหน้าที่ฟร้อนและรอรับกุญแจห้องเท่านั้นเอง (เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้)

ที่พักเราอยู่ในอาคารที่ทุกห้องมีลักษณะแบบคอนโด ห้องที่เราได้ภายในมี 2 ชั้น (ห้องแบบโรงแรมทั่วไปก็มีนะคะ อยู่ที่ Tomamu The Tower) เดินขึ้นลงลำบากใช้ได้เลยค่ะ แถมต้องปูเตียงเองนะ (เป็นประสบการณ์แปลกใหม่มาก) ถึงจะเข้าพักได้ถึง 6 คนแต่มีหนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องส้วมเท่านั้น แต่ข้อดีก็มีนะคะ คือ 1. ประหยัด ห้องละ 7,000 กว่าบาท ถ้าจองโรงแรมทั่วไป 3 ห้องณ ตอนนี้ ไม่มีทางได้เรทนี้แน่นอน 2. มีจานชามและครัวย่อมๆ 3. พักด้วยกัน 6 คน รู้สึกอบอุ่นดีค่ะ

เราพักในส่วนของ The village alpha (ขอบคุณภาพจากเจ้าของห้องพักค่ะ)

20

บริเวณล็อบบี้

21

ภายในห้องพักของเราค่ะ อันนี้ชั้น 1

26

22

บริเวณห้องชั้น 2

24

เดินขึ้นลงยากพอสมควร พ่อแม่กับพี่เลยจองด้านล่างสุดค่ะ เพราะห้องน้ำอยู่ชั้นนั้น

23

ห้องครัวเล็กๆ พร้อมอุปกรณ์ทำอาหาร และห้องน้ำค่ะ

27

 

มื้อเย็นวันนี้เราไปที่ Foresta Mall ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโรงแรม สามารถเดินไปจากทางเชื่อมอาคารได้เลย ไม่ต้องออกนอกอาคารฝ่าลมหนาวเลยค่ะ ที่ Foresta Mall มีร้านอาหารให้เลือกเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นซูชิ , ราเมน , สเต็ก หรือร้านสไตล์อิซากายะ ส่วนมื้อเช้าสามารถทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร restaurants Nininupri (จ่ายเพิ่มคนละ 2,200 เยน) แต่เราเลือกที่จะไปซื้ออาหารทานเองมากกว่า เดี๋ยวจะมาบอกว่าส้มไปซื้อของอร่อยจากที่ไหนนะคะ

HOSHINO RESORTS TOMAMU: http://www.snowtomamu.jp/summer/en/

 ร้านอาหารที่ Foresta Mall มีให้เลือกมากมาย

63.2

 

สำหรับ Part 2 ส้มจะพาไปชมทะเลหมอก ช้อปไม่ยั้ง และยังมีสถานที่เด็ดๆ อีกเยอะแยะ ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้ขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน บ๊าย บาย

 

ลิ๊งค์ Part 0 (ว่าด้วยเรื่องการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น) : http://www.i-som.com/?p=4481

ลิ๊งค์ Part 2 : http://www.i-som.com/?p=4714

 

ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ https://www.facebook.com/ISomThailand/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สามารถใช้คำสั่ง HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>